แท็กซี่เหมา หรือ Grab ในหัวหิน เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?
เทียบกันแบบหมดเปลือก โดย Hua Hin Taxi Cab
"กดเรียกแอปไปแล้ว... วงหมุนติ้ว ๆ แต่ไม่มีคนขับรับงานสักที"
นี่คือปัญหาที่นักท่องเที่ยวเจอกันบ่อยในหัวหิน ถึงแม้แอปอย่าง Grab และ Bolt จะฮิตมากในกรุงเทพฯ แต่พอมาที่หัวหินแล้ว สถานการณ์กลับต่างออกไปครับ
1. ความครอบคลุม (Availability)
Grab / Bolt
ใช้สะดวกดีถ้าอยู่ในตัวเมือง ใกล้ห้าง หรือตลาดโต้รุ่ง แต่ถ้าพักแถว เขาเต่า, ปราณบุรี หรือซอยลึก ๆ ใน เขาตะเกียบ คนขับมักกดยกเลิกหรือไม่รับงาน เพราะอยู่ไกลและวิ่งมารับไม่คุ้มค่าน้ำมัน
แท็กซี่เหมา (ของเราเอง)
เรามีทีมคนขับกระจายอยู่ทั่วทุกโซน ถ้าคุณ จองล่วงหน้า รับประกันว่ามีรถไปรับแน่นอน 100% ไม่ทิ้งงาน ไม่เทลูกค้า ต่อให้เป็นตีสามหรือที่พักจะอยู่ลึกแค่ไหนก็ไปถึง
2. ความนิ่งของราคา (Price)
Grab: ราคาขึ้นลงตามดีมานด์ (surge pricing) ช่วงบ่ายอาจอยู่ที่ 120 บาท แต่พอช่วงหนึ่งทุ่มที่คนแห่กันออกไปกินข้าว ราคาอาจพุ่งไป 300 บาทแบบไม่ทันตั้งตัว
แท็กซี่เหมา: เราคิด ราคามาตรฐาน ตกลงกันจบตั้งแต่ก่อนจอง ฝนจะตก รถจะติด ก็ราคาเดิม ไม่บวกเพิ่ม
3. สภาพรถ (Vehicle)
- Grab: เหมือนเสี่ยงดวง บางทีได้รถเก๋งคันใหญ่ แต่บางทีก็ได้รถอีโคคาร์คันเล็กที่ใส่กระเป๋าเดินทางแทบไม่พอ
- แท็กซี่เหมา: เลือกได้ตั้งแต่ตอนจอง อยากได้รถเก๋ง รถ SUV 7 ที่นั่ง หรือรถตู้ VIP เราก็จัดให้ตรงตามที่ต้องการ
สรุป: ใช้อะไรตอนไหน?
เลือกใช้ Grab เมื่อ:
- ไปคนเดียว ไม่มีกระเป๋าเดินทาง
- อยู่ในตัวเมืองช่วงกลางวัน
- อยากนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง (GrabBike) ให้ถึงเร็ว ๆ
เลือกใช้แท็กซี่เหมา เมื่อ:
- ต้องไป สนามบิน (BKK/DMK) ที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด
- มากันเป็นครอบครัว หรือมีกระเป๋าใบใหญ่ที่ต้องใช้รถคันโต
- พักอยู่โซนไกล หรือรีสอร์ตส่วนตัว
- อยากเหมารถเที่ยว ครึ่งวันหรือเต็มวัน (ซึ่งแอปทำแบบนี้ไม่ได้)